Hotline 0-2530-2556 โรงพยาบาลคุณภาพ โรงพยาบาลสีเขียว 22 ปี Green Hospital

ความรู้เพื่อสุขภาพ

<< กลับ
การฉีดน้ำเลี้ยงข้อเข่าสังเคราะห์
การฉีดน้ำเลี้ยงข้อเข่าสังเคราะห์
          โรคข้อเข่าเสื่อม (Osteoarthritis of the knee) "เป็นภาวะที่พบบ่อยในผู้สูงอายุซึ่งเป็นสาเหตุให้ไม่สามารถเดินได้ตามปกติและต้องทรมานต่อความเจ็บปวดทำให้คุณภาพชีวิตลดลง”
          จากการศึกษาพบว่าในน้ำไขข้อเข่ามีส่วนประกอบที่สำคัญที่เรียกว่าHyaluronan มีการลดลงในผู้ป่วยที่มีปัญหาข้อเข่าเสื่อมส่งผลทำให้สูญเสียคุณสมบัติในการหล่อลื่นและยืดหยุ่นทำให้เกิดการเสียดสีเวลาเคลื่อนไหวจนกระทั่งเกิดการสึกกร่อนของกระดูกอ่อนบริเวณผิวข้อเข่าตามอายุที่มากขึ้น หรือจากอุบัติเหตุ ทำให้การยืดหยุ่น และการเคลื่อนไหวของข้อเสียไป นอกจากนี้ ยังทำให้เกิดการทรุดตัวของทั้งกระดูกอ่อน และกระดูกข้อเข่าจนทำให้ข้อเข่าโก่งงอ ผิดรูปจนไม่สามารถเดินได้
          อาการสำคัญที่พบได้ในภาวะเข้าเข่าเสื่อม ได้แก่ อาการปวดบวม มีเสียงในข้อเข่าข้อเข่ายึดติด และข้อเข่าโก่งงอ การรักษาข้อเข่าเสื่อมโดยทั่วไป อาจรักษาด้วยการทานยาลดการอักเสบ (NSAID) แต่อย่างไรก็ตาม ผลเสียของยากลุ่มนี้ มีผลข้างเคียงต่อระบบกระเพาะอาหารและไต ปัจจุบันมีการรักษาวิธีใหม่ซึ่งเป็นการเพิ่มปริมาณน้ำไขข้อ โดยการฉีดน้ำไขข้อเทียม เข้าไปในข้อที่มีปัญหาข้อเข่าเสื่อม เราเรียกสารเหล่านี้ว่า VISCOSUPPLEMENT











          Viscosupplementation “คือการฉีดน้ำเลี้ยงข้อสังเคราะห์เข้าไปแทนที่น้ำเลี้ยงข้อเข่าที่เสื่อมสภาพ เพื่อให้คุณสมบัติของน้ำเลี้ยงข้อเข่ากลับสู่สภาพใกล้เคียงปกติ ดังนั้น สารที่นำมาใช้เป็นน้ำเลี้ยงข้อสังเคราะห์ จึงควรมีน้ำหนักโมเลกุลและคุณสมบัติในการหล่อลื่นและยืดหยุ่นใกล้เคียงกับน้ำหล่อลื่นของคนปกติในวัยหนุ่มสาว ปัจจุบันได้มีการผลิตสาร Hyaluronan เพื่อเลียนแบบน้ำเลี้ยงข้อธรรมชาติ ซึ่งสารนี้เป็นส่วนประกอบของเหลวที่อยู่ระหว่างข้อต่อที่ช่วยในการยืดหยุ่น ให้ผลในการรักษาโดยเป็นตัวเสริมความหนืด Viscosupplementation ช่วยให้การทำงานและไหลเวียนของของเหลวบริเวณเนื้อเยื่อของข้อต่อที่อักเสบดีขึ้น คุณสมบัติเสริมความหนืดของสารนี้ ใช้บรรเทาอาการปวดและความรู้สึกไม่สบาย ทำให้ข้อเคลื่อนไหวได้มากขึ้น 
           จากการทดลองทางคลินิกพบว่าสารกลุ่มนี้มีประสิทธิภาพในการลดอาการปวดข้อได้ดี ระยะเวลาในการรักษาสั้น มีความปลอดภัยสูง เนื่องจากออกฤทธิ์เฉพาะที่โดยตรงต่อข้อเข่าเสื่อมลดความจำเป็นที่ผู้ป่วยจะต้องรับประทานยาแก้ปวด แก้อักเสบ เป็นประจำทุกวันซึ่งจะลดความเสี่ยงของการเกิดอาการไม่พึงประสงค์ ต่อระบบทางเดินอาหาร ตับ ไต จากการใช้ยาแก้ปวด แก้อักเสบติดต่อกันเป็นเวลานาน
 





















ข้อห้ามในการใช้
๏ ถ้าพบอาการหลอดเลือด หรือต่อมน้ำเหลืองอุดตันของขา ห้ามฉีดเข่าข้อของขาข้างนั้น
๏ ผู้ป่วยที่มีปัญหาเกี่ยวกับโรคผิวหนังบริเวณที่ฉีด
๏ ข้างที่ฉีดมีปัญหาข้อเข่าอักเสบ
๏ ผู้ป่วยที่สงสัยว่าอาจมีการแพ้สารที่ใช้ในการผลิต เช่น ไข่หงอนไก่

อาการไม่พึงประสงค์
           ผลเฉพาะที่ : อาการปวด บวม และรู้สึกมีน้ำในบริเวณที่ฉีด อาจจะเกิดขึ้นได้ภายหลังการฉีด 
           ผลทั่วร่างกาย : พบน้อยมาก ได้แก่ ผื่น ลมพิษ คัน ไข้ คลื่นไส้ ปวดศีรษะ วิงเวียน สั่น ตะคริว ซู่ซ่าตามตัว แขนขาบวม อ่อนเปลี้ย หายใจขัด ร้อนวูบวาบ หน้าเห่อบวมขณะที่ใช้
           ขนาดที่ใช้ : สำหรับข้อเข่าเสื่อมฉีดรวม 3-5 เข็ม โดยเว้นระยะห่างกัน ครั้งละ 1 สัปดาห์ เพื่อที่จะให้ผลทางการออกฤทธิ์สูงสุดจำเป็นที่ จะต้องฉีดครบคอร์ส ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชนิดของยาที่ใช้
           ระยะเวลาของการเกิดผล : โดยทั่วไปผู้ป่วยจะตอบสนองต่อการรักษาได้นานถึง 26 สัปดาห์ อาจจะสั้นหรือยาวกว่านี้ได้บ้าง ผู้ป่วยเข่าเสื่อมตอบสนองต่อยาได้นานกว่า 52 สัปดาห์ จากการฉีดนี้ 3 เข็ม จะออกฤทธิ์บริเวณที่ฉีดเท่านั้น























 
คำแนะนำการปฏิบัติตัว 
1. สามารถทำงานได้ตามปกติ 
2. ห้ามออกกำลังกาย หรือใช้งานหนัก ข้อข้างที่ฉีดเป็นระยะเวลา 2-3 วัน 
3. สามารถรับประทานอาหารได้ตามปกติ 
4. การดูแลแผลที่ฉีด ให้ดึงพลาสเตอร์ออก และโดนน้ำได้ เมื่อกลับถึงบ้าน 
5. อาการผิดปกติที่ควรกลับมาพบแพทย์ มีอาการปวดบวม แดงร้อนบริเวณข้างที่ฉีด มีผื่น ลมพิษ คัน ไข้ คลื่นไส้ วิงเวียน สั่น ตะคริว ซู่ซ่าตามตัว แขนขาบวม อ่อนเปลี้ย หายใจขัด ร้อนวูบวาบ หน้าเห่อบวม ซึ่งอาการเหล่านี้พบน้อยมาก