Hotline 0-2530-2556 โรงพยาบาลคุณภาพ โรงพยาบาลสีเขียว 22 ปี Green Hospital

ความรู้เพื่อสุขภาพ

<< กลับ
โรคออฟฟิศซินโดรม(office syndrome) .  
        ออฟฟิศซินโดรม (office syndrome) เป็นกลุ่มอาการที่เกิดขึ้นกับคนที่ทำงานในออฟฟิศ เนื่องจากลักษณะงานที่ต้องนั่งหน้าคอมพิวเตอร์หรือทำงานอย่างใดอย่างหนึ่งด้วยท่าทางซ้ำๆ ต่อเนื่องเป็นเวลานาน จนอาจส่งผลให้เกิดโรคและอาการผิดปกติในระบบต่างๆ ของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ ระบบการย่อยอาหารและการดูดซึม ระบบหัวใจและหลอดเลือด ระบบฮอร์โมน นัยน์ตาและการมองเห็น โดยในส่วนที่เกี่ยวข้องกับงานกายภาพบำบัดจะเป็นอาการที่เกิดขึ้นกับระบบกระดูกและกล้ามเนื้อเป็นส่วนใหญ่
 
 
อาการทางระบบกระดูกและกล้ามเนื้อที่เกิดจากการทำงานที่พบได้บ่อย และสามารถดูแลโดยนักภาพภาพบำบัด
• กล้ามเนื้ออักเสบเรื้อรัง
• เอ็นรัดข้อมืออักเสบกดทับเส้นประสาท 
• ความผิดปกติของความตึงตัวของเส้นประสาท 
• กล้ามเนื้อบริเวณแขนท่อนล่างด้านนอกอักเสบ 
• ปลอกหุ้มเอ็นกล้ามเนื้อบริเวณฐานนิ้วโป้งอักเสบ
• นิ้วล็อก 
• เอ็นกล้ามเนื้ออักเสบ 
• ปวดหลังจากท่าทางผิดปกติ
• หลังยึดติดในท่าแอ่น
 
 
สาเหตุของการเกิดออฟฟิศซินโดรม
• การนั่งหน้าคอมพิวเตอร์หรือทำงานอย่างใดอย่างหนึ่งด้วยท่าทางซ้ำๆ ต่อเนื่องเป็นเวลานานมากกว่า 6 ชั่วโมงต่อวัน
• ท่าทางในการทำงานที่ไม่เหมาะสม เช่น การนั่งหลังค่อม ท่าก้มหรือเงยคอมากเกินไป
• สภาพแวดล้อมหรืออุปกรณ์ในการทำงานไม่เหมาะสม
• สภาพร่างกายที่อาจส่งผลต่ออาการเจ็บป่วย เช่น ภาวะเครียดจากงาน การอดอาหาร การพักผ่อนไม่เพียงพอ ซึ่งส่งผลให้ร่างกายต้องแบกรับความตึงเครียดปราศจากการผ่อนคลาย
 
อาการออฟฟิศซินโดรมและแนวทางแก้ไข
อาการระยะที่ 1 อาการเกิดขึ้น เมื่อทำงานไประยะหนึ่ง พักแล้วดีขึ้นทันที
การแก้ไข พักสลับทำงานเป็นระยะๆ / ยืดกล้ามเนื้อเพื่อผ่อนคลาย / นวดผ่อนคลาย / ออกกำลังกาย
อาการระยะที่ 2 อาการเกิดขึ้น พักนอนหลับแล้ว แต่ยังคงมีอาการอยู่
การแก้ไข ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทำงาน / รับการรักษาที่ถูกต้อง
อาการระยะที่ 3 อาการปวดมากแม้ทำงานเพียงเบาๆ พักแล้วอาการก็ยังไม่ทุเลา
การแก้ไข ลาพักงาน / ปรับเปลี่ยนงานรับการรักษาที่ถูกต้อง
 
แนวทางการรักษากลุ่มอาการออฟฟิศซินโดรม
• การรักษาด้วยยา
• การรักษาด้วยวิธีทางเวชศาสตร์ฟื้นฟูและการทำกายภาพบำบัดเพื่อยืดกล้ามเนื้อและปรับอิริยาบถให้ถูกต้อง
• การปรับสถานีงาน พื้นที่การทำงาน สภาพแวดล้อมในการทำงาน และลักษณะงานให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล
• การออกกำลังกายเพื่อเพิ่มสมรรถภาพร่างกายโดยรวม
• การรักษาด้วยศาสตร์ทางเลือกอื่น เช่น การฝังเข็ม การนวดแผนไทย
 
 
ความสำคัญของกายภาพบำบัดต่อการรักษากลุ่มอาการออฟฟิศซินโดรม
 
        กายภาพบำบัดมีบทบาทสำคัญในการรักษากลุ่มอาการออฟฟิศซินโดรมที่เกี่ยวข้องกับระบบกล้ามเนื้อและกระดูกตั้งแต่ระยะเริ่มแรกจนถึงกรณีที่มีอาการมากจนรบกวนชีวิตประจำวันหรือก่อให้เกิดความบกพร่องทางการเคลื่อนไหว เพื่อฟื้นฟูให้ผู้ป่วยสามารถกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ
        นักกายภาพบำบัดยังมีหน้าที่ในการเสริมสร้างความรู้และความเข้าใจเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ป่วยกลับมามีอาการเหล่านี้อีก โดยนักกายภาพบำบัดจะประเมินโครงสร้างร่างกายพร้อมปรับแก้โครงสร้างร่างกายให้เกิดความสมดุลและปกติ รวมถึงให้คำแนะนำในการปรับเปลี่ยนท่าทางระหว่างการทำงาน การปรับสภาพแวดล้อมของเครื่องมือและสิ่งแวดล้อมในที่ทำงานให้เหมาะสมในแต่ละบุคคล แนะนำการยืดกล้ามเนื้อเพื่อผ่อนคลายในระหว่างการทำงาน รวมทั้งส่งเสริมให้มีการออกกำลังกายอย่างต่อเนื่องเพื่อให้กล้ามเนื้อแข็งแรง พร้อมรับสภาวะการทำงานที่อาจไม่สามารถปรับเปลี่ยนได้ รวมถึงช่วยลดความเสี่ยงของโรคอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับออฟฟิศซินโดรมด้วย
 
 
เป้าหมายในการดูแลทางกายภาพบำบัดในผู้ป่วยกลุ่มอาการออฟฟิศซินโดรม
1. ลดอาการปวดที่เกิดจากการอักเสบของกล้ามเนื้อ/เอ็นกล้ามเนื้อ
2. ลดการเคลื่อนไหวของข้อต่อนั้นๆ ด้วยอุปกรณ์ช่วยพยุงต่างๆ รวมถึงถ้ายังจำเป็นต้องใช้งานต่อเนื่องจากภาระงาน
3. ให้คำแนะนำที่ถูกต้องเพื่อลด/หลีกเลี่ยงการใช้งานบริเวณที่มีการอักเสบ
4. ให้ความรู้ในการแก้ไขปัจจัยอื่นที่กระตุ้นให้เกิดอาการ ได้แก่
4.1 การปรับท่าทางให้ถูกต้อง
4.2 การปรับหรือแก้ไขความผิดปกติของโครงสร้างร่างกาย
4.3 การลดการกดทับของกล้ามเนื้อหรือการหดสั้นของกล้ามเนื้อ
4.4 การปรับสภาพแวดล้อมของเครื่องมือและสิ่งแวดล้อมในที่ทำงานให้เหมาะสมในแต่ละบุคคล
4.5 การออกกำลังกายเพื่อการป้องกันและส่งเสริมการทำงานของกล้ามเนื้อ
4.5.1 การยืดกล้ามเนื้อ
4.5.2 การออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ
4.5.3 การออกกำลังกายเพื่อเพิ่มความทนทานของกล้ามเนื้อและระบบหัวใจและหลอดเลือด
4.5.4 การออกกำลังกายเพื่อการผ่อนคลาย
4.5.5 การออกกำลังกายเพื่อปรับการทรงท่า 
 
 
วิธีหลีกเลี่ยงโรคออฟฟิศซินโดรม
1. ปรับความสูงของเก้าอี้ และโต๊ะทำงานให้เหมาะสมกับการนั่งพิมพ์งานโดยที่ไม่เกิดอาการเมื่อย หรือต้องยกแขน ก้มหน้า มากจนเกินไป ระดับความสูงที่พอเหมาะ คือ แขนท่อนบนวางราบในระดับเดียวกันกับแป้นพิมพ์คอมพิวเตอร์ หรือโต๊ะทำงาน ไม่สูง หรือไม่ต่ำจนเกินไป หลังพิงพนักเก้าอี้ สายตาห่างจากจอคอมพิวเตอร์อย่างน้อย 1 ฟุต
2. แขนที่ใช้เม้าส์ ควรวางระนาบไปกับที่พักแขนของเก้าอี้ได้ เพื่อช่วยพยุงแขนให้อยู่ในระดับใกล้เคียงกับโต๊ะ หรือแป้นพิมพ์คอมพิวเตอร์
3. ลุกขึ้นจากเก้าอี้ เดินไปเข้าห้องน้ำ หรือเดินไปเดินมาทุกๆ 1-2 ชั่วโมง พร้อมกับพักสายตาไปด้วยในตัว มองวิวนอกหน้าต่าง หรือมองต้นไม้สีเขียว ก็จะช่วยพักผ่อนสายาตาของเราได้ด้วย
4. หากสามารถเปิดหน้าต่างของห้องทำงาน หรือภายในออฟฟิศได้บ้าง ก็จะช่วยทำให้อากาศภายในที่ทำงานปลอดโปร่ง ถ่ายเทได้สะดวกมากยิ่งขึ้น
5. พักผ่อนให้เพียงพอ นอนให้ครบ 6-8 ชั่วโมง และนอนให้ตรงเวลาให้ได้มากที่สุด
6. ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่
7. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
 
 
        อย่างไรก็ดี การรักษากลุ่มอาการออฟฟิศซินโดรมด้วยวิธีต่างๆ นั้นเป็นเพียงการรักษาที่ปลายเหตุ  วิธีการที่ดีที่สุดที่จะป้องกันอาการจากออฟฟิศซินโดรมจำเป็นต้องทำร่วมกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม การปรับอิริยาบถในการทำงานให้ถูกต้อง รวมถึงการเสริมสร้างสุขภาพกายและใจให้สมบูรณ์แข็งแรง ซึ่งจะช่วยลดการเกิดอาการบาดเจ็บต่างๆ ที่จะมาบั่นทอนคุณภาพชีวิตและประสิทธิภาพในการทำงานได้อย่างถาวร