Hotline 0-2530-2556 Quality Hospital Green Hospital 22 ปี Green Hospital

Hemodialysis Center

ศูนย์ไตเทียม (Hemodialysis Center)

          ศูนย์ไตเทียม โรงพยาบาลลาดพร้าว ให้การดูแลผู้ป่วยโรคไตทั้งแบบเรื้อรังและเฉียบพลัน บริการการฟอกเลือดประจำ การรักษาโดยใช้เครื่องทำงานทดแทนไต การดึงน้ำออกจากร่างกายผู้ป่วยที่มีน้ำคั่งมากเกิน การฟอกเลือดสำหรับผู้ป่วยอาการหนัก การผ่าตัดเชื่อมต่อเส้นเลือดดำและแดง หรือใส่ท่อชั่วคราวเพื่อใช้ในการฟอกเลือด การผ่าตัดเปลี่ยนไตโดยศัลยแพทย์ผู้ชำนาญการ 
          ศูนย์ไตเทียม มีระบบการฆ่าเชื้อและการควบคุมการติดเชื้อที่ได้มาตรฐาน ห้องผู้ป่วยฟอกเลือด บริการอย่างใกล้ชิด โดยพยาบาลวิชาชีพที่ได้รับการฝึกอบรมเป็นพิเศษภายใต้การควบคุมของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคไต พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก ภายใต้สภาพแวดล้อมที่สะดวกสบายสะอาด และ ปลอดภัยสำหรับผู้ป่วยและครอบครัว

ไตวายกับการฟอกไตด้วยเครื่องไตเทียม
           ภาวะไตวาย คือ สภาวะที่ไตทำงานลดลงจากสาเหตุต่างๆ ทำให้ร่างกายไม่สามารถขับของเสียในร่างกายออกมาในปัสสาวะได้ตามปกติ เป็นผลให้เกิดการคั่งค้างของของเสียในร่างกาย 

อาการไตวายแบ่งได้เป็น 2 ชนิดคือ 
1. อาการไตวายที่เกิดขึ้นเฉียบพลัน ถ้าสาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะไตวายได้รับการแก้ไขไต มักจะกลับมาทำงานเป็นปกติในเวลา 2-4 สัปดาห์ ดังนั้น ถ้าผู้ป่วยจำเป็นต้องรับการรักษา ด้วยการฟอกไตด้วยเครื่องไตเทียม ก็มักจะเป็นการรักษาชั่วคราว จนกว่าไตจะฟื้นตัว 
2. อาการไตวายชนิดเรื้อรัง ต้องฟอกเลือดสัปดาห์ละ 2-3 ครั้งตลอดไป เพื่อทำให้อาการดีขึ้น 

การปฏิบัติตัวทั่วไป สำหรับผู้ป่วยไตวายเรื้อรัง ที่ได้รับการรักษาด้วยการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม
           การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม คือ การกรองของเสียออกจากเลือด โดยใช้เครื่องไตเทียม (หรืออาจเรียกว่า "เครื่องฟอกเลือด") ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ทำหน้าที่ทดแทนไตโดยใช้ตัวกรองช่วยทำให้เลือดสะอาด และช่วยให้เกิดการแลกเปลี่ยนของเสีย เกลือแร่ ระหว่างเลือดกับน้ำยาฟอกเลือด โดยใช้เวลาครั้งละ 4-5 ชั่วโมง สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง
           ถึงแม้จะมีเครื่องมือที่ช่วยทดแทนไตได้ แต่ก็ไม่สามารถทำหน้าที่ของไตได้ทั้งหมด เพราะไตคนปกติทำงานตลอดเวลาไม่หยุด แต่ผู้ป่วยฟอกเลือดสัปดาห์ละ 8 - 10 ชั่วโมงเท่านั้น
           นอกจากนั้น ไตยังทำหน้าที่อื่นๆ เช่นการสร้างฮอร์โมน ซึ่งไม่สามารถทดแทนด้วยการฟอกเลือด ดังนั้นผู้ป่วยจำเป็นต้องได้รับการรักษาด้วยยาร่วมด้วย ผู้ป่วยจึงควรเข้าใจการปฏิบัติตัวอย่างถูกต้อง เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี และป้องกันภาวะแทรกซ้อน 

ประโยชน์ที่ได้รับจากเครื่องไตเทียม
           อาการอันเกิดจากการคั่งของเกลือ และของน้ำ ได้แก่ อาการบวม หอบ เหนื่อย นอนราบไม่ได้ ภาวะหัวใจล้มเหลว จะดีขึ้นอย่างรวดเร็วภายใน 1 - 2 วัน ความดันโลหิตที่สูงอยู่ก่อนจะลดลงและควบคุมได้ง่ายขึ้น ส่วนอาการที่เกี่ยวข้องกับระบบประสาท ได้แก่ มึนงง สับสน ไม่รู้สติ กระตุก หรือชัก รวมทั้งอาการของระบบทางเดินอาหาร ได้แก่ อาการคลื่นไส้ อาเจียนเบื่ออาหารจะดีขึ้นช้ากว่า
           ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะมีอาการโดยรวมดีขึ้น จนสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ใกล้เคียงปกติ ภายใน 2-4 สัปดาห์ (ทั้งนี้ขึ้นกับอาการและอายุ และโรคประจำตัวอื่นๆ ของผู้ป่วยก่อนเข้ารับการรักษา)

การปฏิบัติตัวก่อนการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม
            ผู้ป่วยควรไปฟอกเลือดตรงตามเวลานัดหมาย ควรชั่งน้ำหนักตัวก่อนฟอกเลือด และควรทำความสะอาดแขนข้างที่มีการต่อเส้นเลือด เมื่อพบแพทย์หรือพยาบาล ต้องบอกอาการผิดปกติทุกอย่างหลังกลับจากการฟอกเลือดครั้งที่แล้วให้แพทย์ทราบก่อนทำการฟอกเลือด เช่น มีไข้ แน่นหน้าอก เหนื่อยหอบ นอนราบไม่ได้ หกล้ม มีบาดแผล
            นอกจากนี้สิ่งที่จำเป็นต้องบอกพยาบาลก่อนต่อวงจรไตเทียม ได้แก่ มีเลือดออกตามไรฟัน หรือมีเลือดกำเดาไหลหรือไม่ การไปถอนฟัน การมีประจำเดือน บาดแผลเลือดออก เพราะพยาบาลจะลดขนาดสารกันเลือดแข็งตามความเหมาะสม เพื่อป้องกันการมีเลือดออกเพิ่มขึ้น 

การฟอกเลือดทำอย่างไร ?
            เริ่มต้นโดยแทงเข็มเข้าสู่เส้นเลือดพิเศษที่ต้องผ่าตัดเตรียมไว้ก่อน ส่วนใหญ่นิยมใช้เส้นเลือดที่บริเวณแขน หลังจากที่ได้แทงเข็มเรียบร้อยแล้วจึงต่อเข้ากับสายส่งเลือดเพื่อนำเลือดไปยังตัวกรอง เมื่อเลือดผ่านไปยังตัวกรอง เลือดของผู้ป่วยจะมีการแลกเปลี่ยนสารต่างๆ กับน้ำยาชนิดพิเศษทีเรียกว่าน้ำยาล้างไต หลังจากที่เลือดได้ผ่านการทำให้สะอาดแล้ว รวมทั้งมีการปรับให้แร่ธาตุต่างๆ สมดุลแล้ว เครื่องจะนำเลือดที่ดีกลับเข้าสู่ผู้ป่วย เพื่อให้เลือดผู้ป่วยมีความเข้มข้นของบรรดาของเสียต่างๆ ลดลง
            โดยทั่วไปกระบวนการฟอกเลือดใช้เวลาครั้งละ 4 ชั่วโมง สัปดาห์ละ 2 - 3 ครั้ง เนื่องจากต้องใช้เครื่องไตเทียมในการฟอกเลือดทุกครั้งจึงต้องทำที่โรงพยาบาลหรือศูนย์ไตเทียม โดยมีพยาบาลและเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญดูแลอย่างใกล้ชิด

การปฏิบัติตัวระหว่างการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม
            ขณะทำการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม หากมีอาการผิดปกติเพียงเล็กน้อยควรแจ้งพยาบาลทันที เช่น วิงเวียนศีรษะ คลื่นไส้อาเจียน ปวดศีรษะ ใจสั่น หัวใจเต้นผิดปกติ หนาวหรือร้อนเกินไป เป็นตะคริว ปวดแขน เพื่อให้ได้รับการดูแลป้องกัน และแก้ไขได้ทันท่วงที ระวังและหลีกเลี่ยงการขยับแขน ข้างที่ใช้แทงเข็มระหว่างการฟอกเลือด เพราะอาจเกิดเข็มเลื่อน ทำให้เส้นเลือดแตกได้

การปฏิบัติตัวหลังการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม
            หลังการฟอกเลือด พยาบาลจะใช้ผ้าก๊อสซึ่งผ่านการฆ่าเชื้อโรค กดเลือดบริเวณที่นำเข็มออกจนหยุด ผู้ป่วยบางรายอาจกดได้เอง ไม่ควรกดแรงเกินไป เมื่อปิดแผลหลังเลือดหยุด ผู้ป่วยควรใช้นิ้วแตะประคองต่อไปอีก 30 นาที เพื่อให้เลือดหยุดสนิท ไม่โดนน้ำและเปิดพลาสติกออกก่อน 24 ชม. เพราะอาจเกิดการติดเชื้อโรคได้ ผู้ป่วยควรมีเบอร์โทรศัพท์ของห้องไตเทียม เพราะหากมีความจำเป็นหรือปัญหาในวันที่ไม่ได้ทำการฟอกเลือด จะติดต่อสอบถามเพื่อให้ได้รับคำชี้แจ้งที่ถูกต้อง

การปฏิบัติตัวในการรับประทานยา
            รับประทานยาให้ครบทุกชนิดอย่างเคร่งครัด และตรงตามเวลาที่แพทย์สั่ง ไม่เปลี่ยนขนาดหรือซื้อยารับประทานเอง พยายามรู้จักชื่อยาทุกตัวที่แพทย์สั่ง และความสำคัญของการกินยาตรงเวลา เพื่อประสิทธิภาพของการดูดซึมยานั้น ยาลดความดันโลหิต ให้กินยาตรงเวลาเสมอ แม้มื้อใดไม่กินอาหาร ก็ต้องกินยาลดความดันโลหิต หากลืมกินยาอาจทำให้เส้นเลือดในสมองแตกได้ ผู้ป่วยบางคน แพทย์อาจสั่งให้งดยาลดความดันโลหิต มื้อก่อนทำการฟอกเลือด
            ในกรณีมีความดันโลหิตต่ำ ระหว่างการฟอกเลือด ผู้ป่วยไม่ควรทำตามกันโดยไม่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์ เพราะผู้ป่วยแต่ละรายจะต่างกัน ปัญหาจำนวนมากที่เกิดขึ้นจากการรับประทานยา เป็นปัญหาเฉพาะราย ยาเพิ่มธาตุเหล็ก ควรรับประทานเวลาท้องว่าง คือหลังอาหาร 2 ชม.หรือก่อนอาหาร 1 ชั่วโมง ยาจับฟอสเฟต ได้แก่ แคลเซียมคาร์บอเนต แคลเซียมอะซิเตท ควรรับประทานพร้อมอาหาร
            การรักษาโรคไตวายด้วยเครื่องไตเทียม นอกจากจะใช้ยาร่วมด้วยแล้ว การปฏิบัติตัวที่ถูกต้องของผู้ป่วยและเรื่องอาหารถือว่าเป็นสิ่งสำคัญมาก ควรพักผ่อนให้เพียงพอ และออกกำลังกายที่ไม่ใช้แรงมากนัก(ถ้ารู้สึกเหนื่อยมากหรือใจสั่น ควรหยุดพักทันที) และที่สำคัญต้องพบแพทย์อย่างสม่ำเสมอ ผู้ป่วยไม่ควรเพิ่ม ลด หยุดยา หรือไปซื้อยารับประทานเองเพราะอาจทำให้ไตเสื่อมสมรรถภาพเร็วกว่าที่ควรและเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้

สอบถามรายละเอียดได้ที่ศูนย์ไตเทียม ศูนย์การแพทย์เฉพาะทาง อาคาร 2 ชั้น 3
โทรศัพท์ : 0-2530-2556-69, 0-2932-2929 ต่อ 2300

Package
Total : 0 Package

Contact Form