เกร็ดความรู้เรื่องโรคมะเร็ง

  • เกร็ดความรู้เรื่องโรคมะเร็ง

  • เกร็ดความรู้เรื่องโรคมะเร็ง

    • โรคที่เกิดจากเซลล์ในร่างกายมีการเจริญเติบโตอย่างผิดปกติ ไม่สามารถทำหน้าที่ได้ตามปกติ และสามารถกระจายไปยังอวัยวะอื่นๆได้
    • มะเร็งเป็นโรคที่ป้องกันได้ บางชนิดสามารถรักษาให้หายขาดได้โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อตรวจพบเจอในระยะเริ่มต้น ถึงแม้ว่าจะตรวจเจอในระยะลุกลามแล้ว ในปัจจุบันมีวิธีการรักษาที่สามารถช่วยลดอาการรุนแรงของโรคได้ ทำให้ผู้ป่วยมีอายุที่ยืนยาวมากขึ้น ดังนั้นผู้ป่วยและญาติควรมีกำลังใจที่จะเข้ารับการรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ และรักษาอย่างต่อเนื่อง
    • การรักษาโรคมะเร็งนั้นมีหลายวิธีด้วยกัน การผ่าตัด การฉายแสง รวมไปถึงการให้ยารักษามะเร็ง ซึ่งแพทย์จะพิจารณาตามความเหมาะสม เพื่อเลือกวิธีที่ทำให้ผู้ป่วยมะเร็งมีโอกาสหายขาดมากที่สุด และส่งผลข้างเคียงน้อยที่สุด

    การดูแลตนเองเมื่อรับารรักษาด้วยเคมีบำบัด

    • ก่อนเริ่มการรักษาด้วยยาเคมีบำบัดแพทย์จะอธิบายให้เข้าใจถึงข้อบ่งชี้ วิธีการ และผลข้างเคียงจากการให้ยาเคมีบำบัดที่อาจเกิดขึ้น  ซึ่งแตกต่างกันในแต่ละสูตรยาที่ได้รับ

    ผู้ป่วยสามารถดูแลตนเองดังนี้

    • รับประทานอาหารสุก สะอาด ครบ 5 หมู่ เน้นอาหารโปรตีนสูง เช่น เนื้อสัตว์ ไข่ขาว นม หากไม่สามารถรับประทานอาหารมื้อหลักได้อย่างเพียงพอ ควรดื่มนมทางการแพทย์เสริม
    • นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ อย่างน้อยวันละ 8 ชั่วโมง
    • พบแพทย์และรับยาตามนัดอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงมาตรวจเลือดเพื่อประเมินความพร้อมก่อนรับยาเคมีบำบัดในแต่ละครั้งตามคำแนะนำของแพทย์
    • หลีกเลี่ยงการซื้อยาหรือสมุนไพรต่างๆมารับประทานเองเพราะอาจส่งผลกระทบต่อการทำงานของตับ ไต และลดประสิทธิภาพของยาเคมีบำบัดได้จึงควรปรึกษาแพทย์ผู้รักษาก่อนเสมอ
    • หากมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ให้รับประทานยาแก้คลื่นไส้อาเจียน หากมีอาการท้องเสีย ถ่ายเหลว ให้รับประทานน้ำผสมผงเกลือแร่และยาหยุกถ่ายตามที่แพทย์สั่ง หลังรับประทานยาดังกล่าวแล้ว หากพบว่าอาการยังไม่ดีขึ้นควรพบแพทย์ และแจ้งอาการดังกล่าวก่อนให้ยาเคมีบำบัดในครั้งถัดไป
    • ผู้ป่วยควรมีปรอทวัดไข้ที่บ้าน เพื่อสังเกตอาการของภาวะติดเชื้อโดยหากมีไข้มากกว่า 38 องศาเซลเซียส หรือมีอาการซึมลงหายใจหอบเหนื่อยควรพบแพทย์ทันที
    • เลี่ยงอาหารรสจัด และน้ำยาบ้วนปากที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ เพราะอาจระคายเคืองเยื่อบุช่องปาก
    • งดการดื่มสุราและการสูบบุหรี่ เนื่องจากส่งผลต่อการทำงานของตับและปอด
    • เลี่ยงการอยู่ในที่มีผู้คนแออัด เพื่อลดการสัมผัสและรับเชื้อโรค

    แนวทางการดูแลตนเมื่อเกิดอาการข้างเคียงที่พบบ่อยจากการได้รับยามะเร็ง

    • เบื่ออาหาร , อ่อนเพลีย , เหนื่อยล้า (พยายามรับประทานอาหารให้ได้มากที่สุด หรือปรับวิธีรับประทานทีละน้อยๆแต่บ่อยครั้ง เลือกรับประทานอาหารที่มีพลังงานสูง เน้นโปรตีนจาก ไข่ขาว เนื้อสัตว์ หรือนมทางการแพทย์  ดื่มน้ำให้เพียงพอ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอโดยเฉพาะช่วงกลางคืน ไม่กังวล ทำใจให้สบายเชื่อมั่นในแพทย์และทีมรักษาจะพยาบาลรักษาท่านให้ดีที่สุด)
    • เจ็บปาก , แผลในปากแนะนำให้พบทันตแพทย์ก่อนเริ่มรักษามะเร็ง (เพราะการรักษามะเร็งด้วยวิธีการฉายแสง หรือยารักษามะเร็งบางชนิดจะส่งผลให้เยื่อบุช่องปากและลำคออาจถูกทำลายได้ เกิดอาการปากแห้ง คอแห้ง เจ็บปากกลืนลำบากได้ ควรรักษาความสะอาดช่องปากฟันอย่างสม่ำเสมอ เลือกแปรงฟันที่มีขนอ่อนนุ่ม น้ำยาบ้วนปากที่ผสมเกลือ หรือไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ ดื่มน้ำบ่ายๆหรืออมน้ำแข็งในกรณีที่ไม่มีข้อห้ามเกี่ยวกับยามะเร็งที่คนไข้ได้รับ และรับประทานอาหารอ่อนกลืนง่าย)
    • คลื่นไส้ , อาเจียน (เป็นอาการที่พบได้บ่อย แพทย์จะมียาเพื่อลดอาการ ปัจจุบันนี้ยาป้องกันอาการคลื่นไส้ อาเจียนดีขึ้น ผู้ป่วยส่วนมากสามารถผ่านการรักษาโดยที่ไม่มีอาการคลื่นไส้อาเจียน)
    • ถ่ายเหลว (ดื่มน้ำอุ่น หรือน้ำผสมเกลือแร่ ตามที่แพทย์สั่ง ห้ามรับประทานผักดิบ ผลไม้ เมล็ดธัญพืช ถั่ว กาแฟ ข้าวซ้อมมือ อาหารหมักดอง ถ้ามีอาการถ่ายเหลวติดต่อกันนานเกิน 48 ชั่วโมง หรือมีอาการอาเจียนร่วมด้วย ควรรีบพบแพทย์)
    • ผมร่วง (โดยทั่วไปผมจะเริ่มร่วงประมาณ 3 สัปดาห์แรกหลังจากที่ได้รับยามะเร็ง และเริ่มงอกใหม่ทั่วศีรษะหลังจาก 6-8 สัปดาห์หลังสิ้นสุดการรักษามะเร็ง ควรตัดผมสั้นเพื่อสะดวกต่อการรักษาความสะอาดและไม่เป็นที่สะดุดตาเมื่อมีผมร่วง หากมีผมร่วงมากควรเลือกสวมใส่วิกผมหรือสวมหมวกเพื่อเพิ่มความมั่นใจ)
    • เล็บ และผิวผิดปกติ (เล็บอาจมีสีคลำ สีเหลือง หรือผิดรูปได้ ควรตัดเล็บให้สั้นเสมอ ทาโลชั่นบริเวณมือ รักษาความสะอาด ฝ่ามือ  ฝ่าเท้า หรือบริเวณผิวหนัง อาจมีสีผิวเปลี่ยนแปลงได้ สีแดงนูนขึ้น ผิวลอก ผิวเป็นลายตามรอยเส้นเลือดได้ หรือเกิดอาการบวมคั่งของน้ำได้ ให้รักษาความสะอาด อาจสวมถุงมือเพื่อป้องกันมือและเล็บ และเสื้อผ้าที่ปกปิดมิดชิดไม่ให้ถูกแสงแดดได้)
    • ชามือ , ชาเท้า (การรับความรู้สึกลดลง หรือรู้สึกเหมือนโดนเข็มทิ่มตำ ควรเพิ่มความระมัดระวังเมื่อใช้ของมีคมหรือหยิบจับของร้อน ถ้าหากมีอาการมากขึ้น ไม่สามารถหยิบจับของชิ้นเล็ก ใส่รองเท้าแล้วหลุด ติดกระดุมเองไม่ได้ ลายมือเปลี่ยนไป ให้รีบแจ้งแพทย์ทราบ)
    • ภูมิต้านทานต่ำ หากมีไข้ , ไอ , หอบเหนื่อย , เจ็บคอ , ปวดศีรษะ , ปัสสาวะขัด (ควรรีบมาพบแพทย์ ควรหลีกเลี่ยงไปแหล่งชุมชน หรือเข้าใกล้ผู้ที่มีอาการป่วยอยู่  ควรรับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ หลีกเลี่ยงผลไม้ที่มีเปลือกบาง หลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้สุนัขหรือสัตว์เลี้ยง ดูแลทำความสะอาดร่างกายอย่างสม่ำเสมอ ล้างมือบ่อยๆ)

    อาการข้างเคียงเหล่านี้อาจเกิดขึ้นเพียงชั่วคราวเท่านั้น เมื่อหยุดการรักษาอาการต่างๆจะดีขึ้นเอง


    สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่

    • ศูนย์มะเร็งโรงพยาบาลลาดพร้าว  อาคาร 1 ชั้น 2 โรงพยาบาลลาดพร้าว โทรศัพท์ 0 2530 2244 ต่อ 1220 , 1230