รู้ทัน..โรคเบาหวาน

  • รู้ทัน..โรคเบาหวาน

  • โรคเบาหวาน

            คือ การที่มีระดับน้ำตาลในกระแสเลือดเพิ่มสูงขึ้นผิดปกติ

    ทำไมถึงเป็นเบาหวาน

            โดยปกติร่างกายของคนเราจะมีฮอร์โมนอินซูลินซึ่งผลิตจากตับอ่อนทำหน้าที่พาน้ำตาลจากแหล่งอาหารที่เรากินเข้าไปสู่เนื้อเยื่อ หากกลไกนี้ผิดปกติจะทำให้เกิดเบาหวาน

    อาการของผู้ป่วยโรคเบาหวาน

            กระหายน้ำ ปัสสาวะบ่อย อ่อนเพลีย น้ำหนักลด
    ปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวาน
    1. กรรมพันธุ์ (พ่อ แม่ พี่น้องเป็นโรคเบาหวาน)
    2. อายุมากกว่า 35 ปี
    3. อ้วน
    4. ขาดการออกกำลังกาย
    5. ความดันโลหิตสูง
    6. รับประทานอาหารหวานจัด
    7. เคยเป็นโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์

    ระดับน้ำตาลเท่าไรจึงจะถือว่าเป็นโรคเบาหวาน

    1. ผลน้ำตาลหลังอดอาหารข้ามคืน (มากกว่า 8 ชั่วโมง) มากกว่าหรือเท่ากับ 126 มิลลิกรัม/เดซิลิตร 2 ครั้งขึ้นไป

    2. ผลน้ำตาลเวลาใดเวลาหนึ่งมากกว่าหรือเท่ากับ 200 มก/ดล ร่วมกับมีอาการของเบาหวาน เช่น ปัสสาวะบ่อย กระหายน้ำบ่อย ตามัว อ่อนเพลีย น้ำหนักลด

    เป็นโรคเบาหวานจะเกิดอะไรตามมาบ้าง

    1. ภาวะแทรกซ้อนต่อหัวใจและหลอดเลือด
      ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดมักมีอาการดังนี้
      – เจ็บแน่นบริเวณกลางหน้าอก หรือรู้สึกเหมือนหายใจอึดอัด อาจร้าวไปที่แขน ไหล่ซ้าย ข้อศอก ขากรรไกร เฉียบพลันเป็นลมหมดสติ

    2. ภาวะแทรกซ้อนต่อสมอง
      อาจมีภาวะสมองขาดเลือด หรือมีเลือดออกในเนื้อสมอง โดยอาจมีอาการเตือน ของโรคหลอดเลือดสมองอาจพบเพียง 1 อาการหรือมากกว่า 1 อาการ ดังนี้
      – มีอาการอ่อนแรงของใบหน้า การมองเห็นลดลง 1 หรือทั้ง 2 ข้าง
      – มีอาการอ่อนแรงของแขนหรือขาซีกเดียวพูดหรือออกเสียงลำบากถ้ามีอาการเหล่านี้ให้รีบไปโรงพยาบาลโดยด่วนภายใน 3 ชั่วโมง

    3. ภาวะแทรกซ้อนทางตา
      เกิดภาวะเบาหวานขึ้นจอตาซึ่งระยะเริ่มต้นไม่ปรากฎอาการ จึงทำให้ผู้ป่วยชะล่าใจ แต่หากมีอาการตามัวก็มักเป็นขั้นรุนแรงแล้ว จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องตรวจคัดกรองจอตาอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง “ รู้เร็ว รักษาได้ ตาไม่บอด ”

    4. ภาวะแรกซ้อนทางไต
      โดยปกติภายในร่างกายจะต้องผ่านการกรองที่ไตเพื่อกำจัดของเสียอกพร้อมกับปัสสาวะ โดยที่ต้องกรองเลือดซึ่งมีน้ำตาลสูงเป็นเวลานาน ไตจะทำงานหนักทำให้มีสภาพเสื่อมลง ทำให้มีโปรตีนจะรั่วปนออกมากับปัสสาวะอาการซีด อ่อนเพลีย บวมที่หน้า หนังตา หลังเท้า ถ้ารุนแรงมากอาจบวมทั้งตัว หากมีความดันโลหิตสูง หรือมีภาวะไขมันในเลือดสูง หรือ สูบบุหรี่ด้วย จะทำให้ไตเสื่อมเร็วขึ้น หากภาวะไตวายเป็นหนักขึ้นในที่สุดผู้ป่วยจะตัดล้างไตตามมาตรฐานผู้ป่วยจะต้องได้รับการตรวจประเมินค่าการทำงานของไตปีละ 1 ครั้ง

    5. ภาวะแทรกซ้อนทางระบบประสาท นิ้ว เท้า

      –  ผู้เป็นเบาหวานที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ไม่ดี จะทำให้ ปลายประสาทเสื่อม เท้าชา เท้าผิดรูป ผิวแห้ง เกิดแผลเรื้องรังที่เท้า แผลติดเชื้อ ถูกตัดเท้าหรือขา

      – หลอดเลือดส่วนปลายตีบตัน เกิดแผลเรื้อรังที่เท้า แผลติดเชื้อ ถูกตัดเท้าหรือขา ความบกพร่องของระบบประสาทัตโนมัติ ทำให้ถ่ายปัสสาวะไม่หมด เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ มีความผิดปกติในการกลืนอาหาร ท้องอืด

    การดูแลเท้าสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน

    1. ตรวจเท้าทุกวัน

    2. ล้างเท้าให้สะอาจและเช็ดให้แห้ง

    3. ตัดเล็บสั้น ระวังเล็บฝังลงไปในเนื้อ

    4. ไม่เดินเท้าเปล่า

    5. สวมรองเท้าและถุงเท้าที่ไม่คับ ตรวจรองเท้าก่อนสวม

    6. ไม่ประคบร้อนหรือประคบเย็นที่เท้า

    7. ไม่ตัดตาปลาหรือหูดด้วยตนเอง

    วิธีการจัดการตนเองที่จะช่วยให้ควบคุมโรคเบาหวานได้สำเร็จ

    1. ตั้งเป้าหมายในการควบคุมโรคเบาหวาน

    2. ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตามเป้าหมายที่กำหนดและติดตามความก้าวหน้าในเรื่อง ดังนี้

      –  การรับประทานอาหาร
      –  ออกกำลังกาย ทำกิจกรรม
      –  การใช้ยา
      –  งดสูบบุหรี่
      –  การแก้ไขปัญหาภาวะน้ำตาลในเลือดสูงหรือต่ำเกินไป
      –  การจัดการกับความเครียด คิดและตัดสินใจในการปรับเปลี่ยนวิธีการให้เหมาะสมเพื่อให้ประสบผลสำเร็จในการควบคุมโรคเบาหวานควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดแค่ไหนถึงจะเพียงพอ
      –  ก่อนอากหารควรอยู่ระหว่าง 90-130 มิลลิกรัม
      –  ค่าฮีโมโกบิน เอ วัน ซี ควรน้อยกว่า 7%

    ข้อแนะนำสำหรับการรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพสำหรับผู้เป็นเบาหวาน

    • รับประทานอาหารครบ 5 หมู่และมีความหลากหลาย
    • รับประทานอาหารประเภทผักและเส้นใยอาหารให้มากขึ้น
    • จำกัดอาหารที่มีน้ำตาล เกลือและไขมันสูง
    • รับประทานผลไม้รสไม่หวาน ไม่เกิน 1 กำมือต่อวัน
    • รับประทานอาหารเป็นเวลา
    • หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มรสหวาน เครื่องดื่มบำรุกำลัง ควรเลือกดื่มน้ำเปล่าหากดื่มนมควรเลือกนมพร่องมันเนย
    • หากต้องไปงานเลี้ยงควรเลือกรับประทานอาหารด้วยความระมัดระวัง
    • เลือกรับประทานอาหารประเภทต้ม นึ่ง ย่างแทนทอดหรือผัด

    ข้อปฏิบัติในการออกกำลังกาย

    • การออกกำลังกายที่เหมาะสมคือ ประมาณ 30-45 นาที อย่างน้อย 5ครั้ง/สัปดาห์ โดยท่านควรเลือกให้เหมาะกับตัวเอง เช่นการเดิน ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ

    ข้อปฏิบัติในการใช้ยา

    • กินยาให้ถูกวิธีตามเวลาและถูกขนาด
    • ไม่ขาดยา ไม่หยุดยาเอง หากลืมควรรับประทานทันที เมื่อนึกได้ แต่ไม่คสรเพิ่มจำนวนในมื้อถัดไป
    • ไม่เพิ่มหรือลดยาด้วยตนเอง

    ทำไมผู้ที่เป็นเบาหวานบางรายต้องฉีดอินซูลิน

    1. การใช้อินซูลิน เป็นวิธีการรักษาเบาหวานอีกวิธีหนึ่งหากรักษาด้วยยาชนิดรับประทานในขนาดสูงสุดแล้วยังไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ อาจจำเป็นต้องฉีดอินซูลินเพื่อควบคุมหากมีอาการเตือนของภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำให้ดื่มน้ำหวานประมาณครึ่งแก้วหรืออมลูกอม หรือหลังจากนั้นให้รับประทานข้าวหรือขนมปัง แล้วนอนพักประมาณ 15 นาที ถ้าไม่ดีขึ้นให้ดื่มซ้ำอีกครั้ง หากยังไม่ดีขึ้นให้รีบไปพบแพทย์

    การป้องกันอันตรายจากภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ

    • ควรพกลูกอมติดตัวอยู่เสมอเมื่อมีอาการของน้ำตาลต่ำ ควรอมลูกอมทันที
    • ควรใส่ชื่อที่มีกระเป๋าและเขียน ชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ที่สามารถติดต่อได้ ลแระบุวิธีช่วยเหลือหากพบท่านหมดสติ