แพ็กเกจวัคซีนป้องกันโรค RSV สำหรับสตรีตั้งครรภ์

฿8,500.00

ระยะเวลา

  • หมดเขต 31 ธันวาคม 2569

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

  • ศูนย์สุขภาพสตรี อาคาร 2 ชั้น 3 โทร.0 2530 2556 ต่อ 2310,2320


แจ้งถึง !! กรณีการซื้อแพ็กเกจสุขภาพของโรงพยาบาลลาดพร้าว ผ่านทางระบบออนไลน์นั้นระบบยังไม่พร้อมเปิดให้บริการ จึงมีความจำเป็นขอปิดระบบออกไปก่อน ขออภัยในความไม่สะดวก ณ โอกาสนี้

คำอธิบาย

แพ็กเกจ : วัคซีนป้องกันโรค RSV สำหรับสตรีตั้งครรภ์

ลำดับที่ โปรแกรมตรวจที่ 1 ราคา (บาท)
1 วัคซีนป้องกันโรค RSV สำหรับสตรีตั้งครรภ์ 8,500.-

เงื่อนไขการเข้ารับบริการ

  • ราคาแพ็กเกจ รวมค่าแพทย์ ค่ารายการตรวจตามที่กำหนด ค่าบริการโรงพยาบาล
  • สำหรับสมาชิกคนไทยและชาวต่างชาติที่พำนักในประเทศไทยเท่านั้น
  • ราคาแพ็กเกจอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม โดยมิได้แจ้งให้ท่านทราบล่วงหน้า

ระยะเวลา

  • หมดเขต 31 ธันวาคม 2569

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

  • ศูนย์สุขภาพสตรี อาคาร 2 ชั้น 3 โทร.0 2530 2556 ต่อ 2310,2320

» คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

Q : ทำไมแม่ท้องต้องฉีดวัคซีน RSV?

A : เป้าหมายหลักไม่ใช่เพื่อตัวคุณแม่เอง แต่เพื่อ “สร้างภูมิคุ้มกันล่วงหน้าให้ลูก” เนื่องจากทารกแรกเกิดถึง 6 เดือนแรก หากติดเชื้อ RSV มักมีอาการรุนแรง เช่น หลอดลมฝอยอักเสบหรือปอดบวม และยังไม่มีวัคซีนสำหรับฉีดให้เด็กแรกเกิดโดยตรง การฉีดให้แม่จึงเป็นการส่งผ่านภูมิคุ้มกันผ่านทางรก (Transplacental transfer) ไปยังทารก

Q : ควรฉีดในช่วงอายุครรภ์เท่าไหร่?

A : 1.ช่วงเวลาที่ดีที่สุดคือ อายุครรภ์ 32 ถึง 36 สัปดาห์

     2.เหตุผล: เป็นช่วงที่ร่างกายคุณแม่สร้างภูมิคุ้มกันได้สูงสุดและส่งต่อไปยังลูกได้เต็มที่ก่อนคลอด หากฉีดเร็วเกินไปภูมิอาจลดลงก่อนคลอด หรือหากฉีดช้าไป (น้อยกว่า 2 สัปดาห์ก่อนคลอด) ลูกอาจจะได้รับภูมิคุ้มกันไม่เพียงพอ

Q : วัคซีนมีความปลอดภัยแค่ไหน?

A : 1.ปวดบริเวณที่ฉีด

     2.ปวดเมื่อยตามตัว หรือปวดศีรษะ

     3.อ่อนเพลียเล็กน้อย

*ข้อควรระวัง: ควรปรึกษาแพทย์สูตินรีเวชที่ฝากครรภ์ เนื่องจากแพทย์จะประเมินความเสี่ยงรายบุคคล เช่น ภาวะครรภ์เสี่ยงสูงหรือการคลอดก่อนกำหนด

Q : ป้องกันลูกได้นานแค่ไหน?

A : ภูมิคุ้มกันที่ส่งผ่านจากแม่สู่ลูก จะช่วยป้องกันการติดเชื้อ RSV แบบรุนแรงในทารกได้ดีที่สุดในช่วง 6 เดือนแรกหลังคลอด ซึ่งเป็นช่วงที่อันตรายที่สุดสำหรับเด็กเล็ก

Q : ฉีดร่วมกับวัคซีนอื่นได้ไหม?

A :โดยปกติสามารถฉีดร่วมกับวัคซีนที่จำเป็นสำหรับคนท้องได้ เช่น วัคซีนไข้หวัดใหญ่ หรือ วัคซีนบาดทะยัก-คอตีบ-ไอกรน (Tdap) อย่างไรก็ตาม แพทย์บางท่านอาจแนะนำให้เวียนระยะห่างกันเล็กน้อยเพื่อความสบายใจและการติดตามอาการข้างเคียง