โรคตาแดง

  • โรคตาแดง

  • โรคตาแดง

    อาการตาแดง

    เกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น เลือดออกใต้เยื่อบุตา กระจกตาติดเชื้อ ม่านตาอักเสบ เยื่อบุตาขาวอักเสบจากภูมิแพ้ ต้อลม หรือต้อเนื้อ ต้อหินเฉียบพลัน เป็นต้น แต่ ‘โรคตาแดง’ ที่เรามักเรียกติดปากกันคือ โรคเยื่อบุตาขาวอักเสบติดเชื้อ โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่มที่พบได้บ่อย คือ

    1. โรคตาแดงจากเชื้อไวรัส
    ผู้ป่วยกลุ่มนี้มักจะมีอาการตาแดงมาก เป็นเฉียบพลัน ร่วมกับอาการ เคืองตา น้ำตาไหล มีขี้ตาสีขาวหรือใสเล็กน้อย อาจมีอาการตาบวม ต่อมน้ำเหลืองบริเวณหน้าใบหูโตและเจ็บร่วมด้วย หรือ มีอาการพร้อมกับอาการหวัด และการติดเชื้อไวรัสมักจะลามไปที่ตาอีกข้างได้ โดยตาที่สองจะมีอาการภายหลังตาข้างแรก 2-3 วัน หากไม่ได้รับการรักษาผู้ป่วยจะมีอาการนาน 10-14 วัน และอาจมีภาวะแทรกซ้อน เช่น การติดเชื้อลุกลามไปที่กระจกตาดำ ทำให้มีอาการตามัวลง เคืองตามากขึ้นได้
    การระบาดของเชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคตาแดงมักเกิดในช่วงฤดูฝน โดยโรคนี้ติดต่อเข้าสู่ดวงตาผ่านการสัมผัสสารคัดหลั่ง เช่น ขี้ตา หรือน้ำตา การไอจาม หรือ ผ่านตัวกลางอย่างแมลง และของใช้ เช่น ผ้าเช็ดหน้า เป็นต้น โดยมีระยะพักตัวก่อนจะแสดงอาการ 1-2 วัน และผู้ป่วยสามารถแพร่เชื้อต่อไปได้ประมาณ 2 สัปดาห์
    การรักษา
    เน้นการรักษาตามอาการ เนื่องจากไม่มียาที่ฆ่าเชื้อไวรัสโดยตรง แต่เน้นที่
    – การทำความสะอาดตาโดยใช้สำลีชุบน้ำเกลือ หรือน้ำต้มสุกเช็ดขี้ตาที่ติดอยู่บริเวณเปลือกตาหรือขนตา แต่ไม่จำเป็นต้องเช็ดหรือล้างเข้าไปในดวงตา
    – งดใส่คอนแทคเลนส์ งดแต่งหน้าบริเวณเปลือกตา
    – ใส่แว่นกันแดด ลดการใช้สายตา แต่ไม่ให้ปิดตาสนิทด้วยผ้า หรือพลาสเตอร์
    – หยอดยาลดอักเสบ เช่น สเตียรอยด์ (ภายให้การแนะนำของแพทย์) หรือน้ำตาเทียม เมื่อมีอาการระคายเคืองมาก
    – รับประทานยาแก้ปวด (เช่น พาราเซตามอล) เมื่อมีอาการปวดตา
    – หยอดยาฆ่าเชื้อ (ยาปฏิชีวนะ) เพื่อป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน ในกรณีที่สงสัย เช่น มีขี้ตามาก อาการไม่ดีขึ้นภายใน 7- 10 วัน
    – ป้องกันการแพร่กระจายเชื้อโดยไม่สัมผัสบริเวณดวงตา หรือสารคัดหลั่งจากตา โดยไม่จำเป็น ล้างมือและฟอกสบู่บ่อยๆ โดยเฉพาะก่อนและหลังหยอดยา ไม่ใช้สิ่งของร่วมกับผู้อื่น และในเด็กเล็กควรหยุดเรียน

    2. โรคตาแดงจากเชื้อแบคทีเรีย
    ผู้ป่วยกลุ่มนี้มักจะมีอาการตาแดง ร่วมกับมีขี้ตาสีขาวขุ่นหรือเขียว และมักลืมตาลำบากหลังตื่นนอนจากขี้ตที่เป็นก้อนแข็งที่ขนตา อาจมีอาการอาการเคืองตา น้ำตาไหล ตาบวม แต่ไม่มีต่อมน้ำเหลืองโต ผู้ป่วยจะมีอาการไม่เกิน 7 วัน โดยอาการตาแดงจะเริ่มดีขึ้นหลังได้รับการรักษา 2-3 วัน
    เชื้อแบคทีเรียสามารถพบได้ทั้งปี โดยการติดต่อเข้าสู่ดวงตาผ่านการสัมผัสสารคัดหลั่ง เช่น ขี้ตา หรือน้ำตา เหมือนเชื้อไวรัส
    การรักษา
    – ใช้ยาฆ่าเชื้อ (ยาปฏิชีวนะ) ชนิดหยอดตา และอาจใช้ยาป้ายตาก่อนนอน
    – ให้ยารักษาตามอาการ การปฏิบัติตัว และป้องกันเหมือนโรคตาแดงจากเชื้อไวรัส
    และอย่างที่กล่าวข้างต้น ว่าอาการตาแดงอาจเกิดจากสาเหตุอื่น นอกจากโรคตาแดง หรือโรคเยื่อบุตาขาวอักเสบติดเชื้อ ซึ่งบางโรคมีผลกับการมองเห็นในระยะยาวได้ ผู้ป่วยที่มีอาการตาแดงจึงควรได้รับการตรวจวินิจฉัยจากแพทย์ โดยเฉพาะถ้ามีอาการตามัว ปวดตารุนแรง หรือเป็นซ้ำหลายครั้ง

    โดย พญ.วรัฏฐา สุภาวุฒิกุล ผู้เชียวชาญจักษุวิทยา ศูนย์โรคตา อาคารศูนย์การแพทย์ลาดพร้าวสหคลินิค อาคาร 2 ชั้น 4 โทรศัพท์ : 02-530-2556 ต่อ 2440,2441