รักษาอาการปวด ด้วยเครื่องเลเซอร์กำลังสูง (High power laser therapy)

  • รักษาอาการปวด ด้วยเครื่องเลเซอร์กำลังสูง (High power laser therapy)

  • HIGH POWER LASER THERAPY

    การรักษาด้วยเครื่องเลเซอร์กำลังสูง (LASER)

    • เป็นการรักษาด้วยเครื่องแม่เหล็กไฟฟ้า (Electromagnetic Wave) ซึ่งเป็นลำแสงที่มีความถี่ และความยาวคลื่นเดียว โดยอาจเป็นลำแสงที่มีสีให้มองเห็นด้วยตาเปล่า หรือไม่ก็ได้ ทุกคลื่นในลำแสงมีความพร้อมเพรียง
    • ไม่มีการกระจายลำแสงด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่สามารถควบคุมกำกับให้เลเซอร์ ที่แม้จะมีกำลังสูงก็ไม่ก่อให้เกิดความร้อนที่ผิวหนัง และเนื้อเยื่อจนถึงขีดอันตรายตรงกันข้ามกำลังที่สูงขึ้นร่วมกับค่าความยาว
    • คลื่นที่มากทำให้เลเซอร์สามารถลงผ่านผิวหนังสู่เนื้อเยื่อในตำแหน่งที่ลึกตามเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ
    • กลไกการทำงานของการรักษาด้วยเลเซอร์ เป็นลักษณะการปรับด้านชีวภาพ (Biomobulation)

    เชื่อว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับ 3 กลไกล ได้แก่

    • ผลทางเคมี (Chemical effect) : พบว่าเลเซอร์จะทำให้ระดับของสารก่อการอักเสบ (Inflammatory mediators) และสานตั้งต้น ของการอักเสบ (Proinflammatory Cytokines) บางตัว และสภาวะเครียดออกซิเดชั่น (Oxidative Stress) ในเซลล์ลดลงอีกหนึ่งกลไกลที่เป็นได้ คือ แสงเลเซอร์ไปกระตุ้นให้เซลล์สร้างพลังงานมาใช้ในการรักษาความสมดุล และสร้างเสริมเนื้อให้ดีขึ้น
    • ผลจากความร้อน (Thernal effect) : เลเซอร์ทำให้เกิดการสั่นของอะตอมในเซลล์ ส่งผลให้เพิ่มการขยายตัว และการไหลเวียนของเลือด น้ำเหลือง ช่วยเพิ่ม ออกซิเจน สารอาหาร และสารกระตุ้นการเจริญเติบโต (Growth factor) นำไปสู่การซ่อมแซมเนื้อเยื้อทั้ดีขึ้น
    • ผลทางเชิงกล (Mechanical effect) : เลเซอร์มำให้เกิดคลื่นแรงดันภายในเนื้อเยื้อ (Elastic pressure wave) ส่งผลเพิ่ม การไหลเวียนของน้ำเหลือง ลดการบวมได้

    เลเซอร์กำลังสูงรักษาโรคอะไรได้บ้าง

    กลุ่มที่ 1 : โรคที่เกี่ยวข้องกับความเจ็บปวดทั้งหลายในระบบกล้ามเนื้อ กระดูก ข้อต่อ ได้แก่

    • กล้ามเนื้อ เอ็นไขข้อ บาดเจ็บอักเสบเคล็ดยอก ทุกระยะของโรค ทั้งเฉียบพลัน กึ่งเฉียบพลัน และเรื้อรัง ทั้งที่เป็นตามบริเวณคอ บ่า ไหล่ แขน ศอก มือ หลัง เอว เข่า เท้า ยิ่งมีอาการบวมแดง ฟกช้ำ ยิ่งได้ผลดี
    • เอ็นข้อศอก เอ็นข้อมืออักเสบ
    • นิ้วล็อก
    • เอ็นร้อยหวายอักเสบ
    • ข้อเข่าเสื่อม กล้ามเนื้อ เอ็น ผังผืดรอบเข่าอักเสบ
    • มือชาจากโรคอุโมงค์ข้อมือ
    • ข้อนิ้วมือเสื่อม อักเสบ
    • ปวดเอว กล้ามเนื้อเอวอักเสบ
    • อาการปวดจากหมอนรองกระดูกเคลื่อนกดทับเส้นประสาททั้งที่คอ และเอว
    • อาการปวดบวมอักเสบรอบแผลหลังการผ่าตัด
    • อาการปวดศรีษะที่มีสาเหตุมาจากความตึงของกล้ามเนื้อ คอ ท้ายทอย

    กลุ่มที่ 2 : โรงที่เกี่ยวกับเส้นประสาทโดยตรง ซึ่งส่วนใหญ่จะมาด้วย อาการปวดและชา ได้แก่

    • มือ เท้าชา จากปลายเส้นประสาทอักเสบ เนื่องจากโรคเบาหวาน
    • มือ เท้าชา จากปลายเส้นประสาทอักเสบเนื่อจากโรคเบาหวาน
    • ปวดแขน ขา ในระยะฟื้นหลัง จากบาดเจ็บเส้นประสาท
    • ปวดขา กล้ามเนื้อยึดเกร็งในผู้ป่วยอัมพฤกษ์อัมพาดจาก โรคหลอดเลือดสมอง หริจากการบาดเจ็บไขสันหลัง
    • อาการปวดประสาทสมองคู่ที่ 5
    • อาการปวดประสาทจากโรคงูสวัด

    กลุ่มที่ 3 : โรคที่มีอาการบวมของแขนชา ได้แก่

    • อาการบวมซ้ำจากการบาดเจ็บ รวมทั้งเลือดออกใต้ผิว
    • อาการบวมแขนจากต่อมน้ำเหลืองอุดตันหลังจากการรผ่าตัดเต่านม และต่อมน้ำเหลือง

    กลุ่มที่ 4 : แผลจากสาเหตต่างๆ

    • แผลบาดเจ็บ
    • แผลเบาหวาน
    • แผลกดทับ
    • แผลจากโรคหลอดเลือด เป็นต้น

    สามารถสอบถามเพื่อเติมได้ที่

    • ศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู อาคาร 3 ชั้น 4 โทร.02-530-2556 ต่อ 3420,3421