โรคออฟฟิศซินโดรม (office syndrome)

  • โรคออฟฟิศซินโดรม (office syndrome)

  • โรคออฟฟิศซินโดรม (office syndrome)

    ออฟฟิศซินโดรม (office syndrome) เป็นกลุ่มอาการที่เกิดขึ้นกับคนที่ทำงานในออฟฟิศ เนื่องจากลักษณะงานที่ต้องนั่งหน้าคอมพิวเตอร์หรือทำงานอย่างใดอย่างหนึ่งด้วยท่าทางซ้ำๆ ต่อเนื่องเป็นเวลานาน จนอาจส่งผลให้เกิดโรคและอาการผิดปกติในระบบต่างๆ ของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ ระบบการย่อยอาหารและการดูดซึม ระบบหัวใจและหลอดเลือด ระบบฮอร์โมน นัยน์ตาและการมองเห็น โดยในส่วนที่เกี่ยวข้องกับงานกายภาพบำบัดจะเป็นอาการที่เกิดขึ้นกับระบบกระดูกและกล้ามเนื้อเป็นส่วนใหญ่

    อาการทางระบบกระดูกและกล้ามเนื้อที่เกิดจากการทำงานที่พบได้บ่อย และสามารถดูแลโดยนักภาพภาพบำบัด
    • กล้ามเนื้ออักเสบเรื้อรัง
    • เอ็นรัดข้อมืออักเสบกดทับเส้นประสาท
    • ความผิดปกติของความตึงตัวของเส้นประสาท
    • กล้ามเนื้อบริเวณแขนท่อนล่างด้านนอกอักเสบ
    • ปลอกหุ้มเอ็นกล้ามเนื้อบริเวณฐานนิ้วโป้งอักเสบ
    • นิ้วล็อก
    • เอ็นกล้ามเนื้ออักเสบ
    • ปวดหลังจากท่าทางผิดปกติ
    • หลังยึดติดในท่าแอ่น

    สาเหตุของการเกิดออฟฟิศซินโดรม
    • การนั่งหน้าคอมพิวเตอร์หรือทำงานอย่างใดอย่างหนึ่งด้วยท่าทางซ้ำๆ ต่อเนื่องเป็นเวลานานมากกว่า 6 ชั่วโมงต่อวัน
    • ท่าทางในการทำงานที่ไม่เหมาะสม เช่น การนั่งหลังค่อม ท่าก้มหรือเงยคอมากเกินไป
    • สภาพแวดล้อมหรืออุปกรณ์ในการทำงานไม่เหมาะสม
    • สภาพร่างกายที่อาจส่งผลต่ออาการเจ็บป่วย เช่น ภาวะเครียดจากงาน การอดอาหาร การพักผ่อนไม่เพียงพอ ซึ่งส่งผลให้ร่างกายต้องแบกรับความตึงเครียดปราศจากการผ่อนคลาย

    อาการออฟฟิศซินโดรมและแนวทางแก้ไข
    อาการระยะที่ 1 อาการเกิดขึ้น เมื่อทำงานไประยะหนึ่ง พักแล้วดีขึ้นทันที
    การแก้ไข พักสลับทำงานเป็นระยะๆ / ยืดกล้ามเนื้อเพื่อผ่อนคลาย / นวดผ่อนคลาย / ออกกำลังกาย
    อาการระยะที่ 2 อาการเกิดขึ้น พักนอนหลับแล้ว แต่ยังคงมีอาการอยู่
    การแก้ไข ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทำงาน / รับการรักษาที่ถูกต้อง
    อาการระยะที่ 3 อาการปวดมากแม้ทำงานเพียงเบาๆ พักแล้วอาการก็ยังไม่ทุเลา
    การแก้ไข ลาพักงาน / ปรับเปลี่ยนงานรับการรักษาที่ถูกต้อง

    แนวทางการรักษากลุ่มอาการออฟฟิศซินโดรม
    • การรักษาด้วยยา
    • การรักษาด้วยวิธีทางเวชศาสตร์ฟื้นฟูและการทำกายภาพบำบัดเพื่อยืดกล้ามเนื้อและปรับอิริยาบถให้ถูกต้อง
    • การปรับสถานีงาน พื้นที่การทำงาน สภาพแวดล้อมในการทำงาน และลักษณะงานให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล
    • การออกกำลังกายเพื่อเพิ่มสมรรถภาพร่างกายโดยรวม
    • การรักษาด้วยศาสตร์ทางเลือกอื่น เช่น การฝังเข็ม การนวดแผนไทย