แผลเป็นป้องกันการเกิด ดีกว่ารักษาภายหลัง

  • แผลเป็นป้องกันการเกิด ดีกว่ารักษาภายหลัง

  • แผลเป็นป้องกันการเกิด ดีกว่ารักษาภายหลัง

            “รอยแผลเป็น” ทุกคนคงไม่อยากให้เกิดบนร่างกายของเรา แต่ก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงการบาดเจ็บ จนเกิดบาดแผลบนร่างกายได้ แม้เราจะรักษาบาดแผลให้หายดี แต่ก็อาจคงเหลือร่องรอยแผลเป็นทิ้งไว้บนร่างกาย ตัดกับผิวชัดเจน รักษาอย่างไรรอยแผลเป็นก็ไม่จางลง ทำให้เป็นที่หนักใจอย่างมาก ดังนั้น การรักษารอยแผลเป็นด้วยเลเซอร์ลบรอยแผลเป็นจึงเริ่มได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน

    รอยแผลเป็น

     

    ชนิดของแผลเป็น

            รอยแผลเป็นมีมากมายหลายชนิด แต่ที่เป็นปัญหาหลักๆจะมี 3 ชนิดใหญ่ คือ
    1. แผลเป็นนูน (Hypertrophic Scar) คือ แผลเป็นที่มีสีแดงและนูนขึ้นมาจากผิวหนังปกติ แต่ยังอยู่ในขอบเขตของรอยแผลที่เกิดจากการบาดเจ็บหรือฉีกขาดของแผลเดิม แผลเป็นชนิดนี้เกิดจาการสร้างคอลลาเจนมากเกินไป และมักไม่ขยายกว้างขึ้นเกิดจากรอยโรคเดิม
    2. แผลเป็นนูนชนิดคีลอยด์ (Keloid) คือ แผลเป็นที่มีอาการนูนและแดงคล้ายกับรอยแผลเป็นนูนหนา แต่มีความผิดปกติ
    ทำให้เกิดการขยายตัวกว้างขึ้นเข้าสู่เนื้อเยื่อรอบๆ จนเกินขอบเขตของรอยแผลตอนแรกเริ่ม
    3. แผลเป็นหลุม (Atrophic Scar) เป็นรอยแผลเป็นที่รอยลึกลงจากผิวหนัง มีสีใกล้เคียงกับสีผิวหนังปกติ มักเป็นรอยแผลเป็นที่เกิดจากสิว หรือโรคอีสุกอีใส

    วิธีการรักษารอยแผลเป็น
    1. การใช้ยาทาแก้แผลเป็น เช่น ยากลุ่มสเตียรอยด์ ยาที่มีวิตามิน E หรือ A เป็นส่วนประกอบ หรือ Cepalin ที่มีสวนผสมสารสะกัดจากหัวหอม ซึ่งมีประสิทธิภาพในการรักษารอยแผลเป็น กรณีที่แผลเป็นนูนเป็นเพียงเล็กน้อยและไม่นานนัก
    2. การใช้แผ่นซิลิโคนเจลปิดบริเวณแผลเป็น สำหรับแผลเป็นที่เป็นใหม่ๆ เพื่อช่วยลดการขยายตัวของแผล
    3. การฉีดยาสเตียรอยด์ที่บริเวณแผลเป็น เพื่อให้แผลเป็นยุบลง แต่ต้องฉีดหลายครั้งจนกว่าแผลจะยุบและเรียบ
    4. การผ่าตัด เพื่อเอาแผลเก่าออกแล้วเย็บแผลใหม่อีกครั้ง ซึ่งอาจใช้ได้กับแผลเป็นบางชนิดเท่านั้น โดยหลังการผ่าตัด มีโอกาสการกลับมาเกิดรอยแผลเป็นใหม่สูง 45-100%
    5. ทำเลเซอร์ลบรอยแผลเป็น เป็นการใช้พลังงานจากเลเซอร์ เพื่อส่งผ่านชั้นผิวหนังเข้าไปทำลายเนื้อเยื่อบริเวณรอยแผลเป็นที่นูนให้เรียบเนียนขึ้น

           “อย่างไรก็ตาม การรักษาที่จะให้ผลดีที่สุด ควรรักษาหลากหลายวิธีควบคู่กัน เพื่อให้ได้ผลการรักษาที่มีประสิทธิภาพสูงสุด
    ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชนิดและขนาดของรอยแผลเป็นนั้นๆซึ่งไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ด้วยการรักษาเพียงวิธีเดียว”
    ศูนย์ความงามและเลเซอร์ลาดพร้าว ให้บริการดูแลรักษาแผลเป็นนูน (Hypertrophic Scar หรือ Keloid) ควบคู่การลดและป้องกันแผลเป็นจากการบาดเจ็บ หรือ ภายหลังการผ่าตัด (Prescar) ด้วยเลเซอร์ V-Multiplex เพื่อเป็นการลดและป้องกันรอยแผลระยะแรกบริเวณผิวหนังที่มีแนวโน้มจะเกิดแผลเป็นในผู้ป่วยที่มีความเสี่ยง ทั้งที่เกิดจากการบาดเจ็บ แผลเปื่อย ฝี หรือ ภายหลังการผ่าตัด ซึ่งสามารถลดและป้องกันการเกิดรอยแผลเป็นที่มากเกินไป รวมถึงการรักษาเติมเต็มรอยแผลเป็นชนิดหลุม (Atrophic Scar) เช่น รอยหลุมสิว หรือ อีสุกอีใส

    แผลเป็น

    อย่าปล่อยให้ผิวสวย ต้องมีตำหนิด้วยแผลเป็น
    1. โปรแกรมลดและป้องกันแผลเป็นจากการบาดเจ็บ หรือ ภายหลังการผ่าตัด (Prescar) ด้วยเลเซอร์ V – Multiplex
    ระยะเวลาทำ

            • ทำเลเซอร์ ครั้งแรก วันแรกที่ตัดไหม หรือมีรอยแผล
    จากการบาดเจ็บ 7-14 วัน

            • ทำเลเซอร์ ครั้งที่ 2 ห่างจากครั้งแรก 1 เดือน

            • ทำเลเซอร์ ครั้งที่ 3 ห่างจากครั้งที่สอง 1 เดือน

    2. โปรแกรมรักษาแผลเป็นนูน (Hypertrophic Scar หรือ Keloid) ระยะเวลาทำ ทุก 4-8 สัปดาห์
    สำหรับการรักษาแผลเป็น เริ่มต้น 2,000 บาท / ครั้ง ขึ้นอยู่กับพื้นที่ที่ทำการรักษา

    ป้องกันการเกิด ดีกว่ารักษาภายหลัง

            จุดเด่นของเลเซอร์ V-Multiplex นอกจากการรักษาปัญหาแผลเป็นแล้ว ยังสามารถรักษาปัญหาต่างๆ ดังนี้
    • เส้นเลือดฝอยแตกขยาย บริเวณใบหน้า (Telangiectasia) หน้าแดงจากเส้นเลือดฝอยขยายตัวผิดปกติ (Rosacea)
    • รอยแดงนูนที่เกิดจากความผิดปกติของเส้นเลือด (Angiomas)
    • ปานแดง (Salmon Patch, Port wine stains)
    • เนื้องอกของเส้นเลือดฝอย (Hemangiomas)
    • ริ้วรอยย่น รอบดวงตาและใบหน้า (Wrinkle)
    • สิวอักเสบและรอยแดงจากสิว
    • รอยแผลเป็นหลุม
    • ภาวะฟกซ้ำ (Bruising) หลังทำศัลยกรรม
    • กำจัดขนทั่วร่างกาย
    • ผู้มีปัญหาผิวบางผิวแดง ผิวติดสเตียรอยด์
    • หูด (Warts)

    แผลเป็น