6 วิธีป้องกันโรคมือเท้าปาก

  • 6 วิธีป้องกันโรคมือเท้าปาก

  • » โรคมือเท้าปาก

    • เป็นโรคที่พบบ่อยในเด็กเล็ก โดยเฉพาะเด็กที่อยู่ในสถานรับเลี้ยงเด็กหรือโรงเรียนอนุบาล ซึ่งเชื้อไวรัสสามารถแพร่กระจายได้ง่ายผ่านการสัมผัส การป้องกันที่ดีที่สุดคือการสร้างสุขอนามัยที่ดี

    » นี่คือ 6 วิธีป้องกันโรคมือ เท้า ปาก

    • ล้างมือบ่อยๆ อย่างถูกวิธี : เป็นวิธีที่สำคัญที่สุดในการป้องกันการแพร่เชื้อ ควรล้างมือด้วยสบู่และน้ำสะอาดอย่างน้อย 20 วินาที ทั้งผู้ใหญ่และเด็ก โดยเฉพาะหลังเข้าห้องน้ำ เปลี่ยนผ้าอ้อม ก่อนและหลังเตรียมอาหาร รวมถึงหลังสัมผัสกับผู้ป่วย
    • ทำความสะอาดและฆ่าเชื้อของใช้และพื้นผิวที่สัมผัสบ่อย : เชื้อไวรัสที่ก่อให้เกิดโรคมือ เท้า ปาก สามารถมีชีวิตอยู่บนพื้นผิวได้หลายวัน ควรทำความสะอาดและฆ่าเชื้อของเล่น ลูกบิดประตู พื้นผิวต่างๆ และภาชนะที่ใช้ร่วมกันอย่างสม่ำเสมอ
    • ไม่ใช้สิ่งของร่วมกับผู้อื่น : ควรแยกภาชนะสำหรับดื่มน้ำและรับประทานอาหาร รวมถึงผ้าเช็ดตัวและของใช้ส่วนตัวอื่นๆ ของผู้ป่วยออกจากผู้อื่น เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ
    • หลีกเลี่ยงการนำเด็กไปในสถานที่แออัด : ในช่วงที่มีการระบาดของโรค ควรหลีกเลี่ยงการพาเด็กเล็กไปในสถานที่ที่มีคนพลุกพล่าน เช่น ห้างสรรพสินค้า สนามเด็กเล่น หรือตลาด เพื่อลดโอกาสในการสัมผัสกับเชื้อ
    • สอนเด็กให้มีสุขอนามัยที่ดี : อธิบายให้เด็กเข้าใจว่าไม่ควรนำนิ้วมือ ของเล่น หรือสิ่งของเข้าปาก และควรปิดปากและจมูกเมื่อไอหรือจาม
    • หากเด็กป่วย ควรให้หยุดเรียนและพักผ่อน : เมื่อเด็กมีอาการป่วยเป็นโรคมือ เท้า ปาก ควรให้เด็กหยุดเรียนและพักผ่อนที่บ้าน เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อไปสู่เด็กคนอื่นๆ ในโรงเรียน และรีบพาไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษาที่ถูกต้อง

    » สาเหตุ

    • เกิดจากการติดเชื้อไวรัสในกลุ่มเอนเทอโรไวรัส (Enterovirus) ซึ่งมีหลายสายพันธุ์ สายพันธุ์ที่พบบ่อยคือ Coxsackievirus A16 ซึ่งมักมีอาการไม่รุนแรง และอีกสายพันธุ์ที่ต้องระวังคือ Enterovirus 71 (EV71) ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการรุนแรงและมีภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงได้

    » การติดต่อ

    • สัมผัสโดยตรง : สัมผัสน้ำลาย น้ำมูก น้ำจากตุ่มพอง หรืออุจจาระของผู้ป่วย
    • การหายใจ : ไอหรือจามรดกัน
    • สัมผัสสิ่งของ : สัมผัสกับสิ่งของหรือพื้นผิวที่มีเชื้อปนเปื้อน เช่น ของเล่น เครื่องใช้

    » อาการ

    • ไข้ : มีไข้ต่ำๆ ถึงสูง
    • อาการในช่องปาก : เจ็บคอ เจ็บปาก มีแผลหรือตุ่มน้ำใสในช่องปาก (กระพุ้งแก้ม เพดานปาก และลิ้น) ทำให้เด็กกินอาหารได้น้อย น้ำลายไหล
    • ผื่น/ตุ่มน้ำใส : มีผื่นแดงหรือตุ่มน้ำใสขนาดเล็กตามฝ่ามือ ฝ่าเท้า อาจมีที่ก้น รอบอวัยวะเพศ และลำตัว

    » การรักษา

    • ปัจจุบันยังไม่มียาที่รักษาโรคมือเท้าปากโดยเฉพาะ การรักษาจึงเป็นการรักษาตามอาการ ได้แก่
      1. ลดไข้และบรรเทาอาการเจ็บปวด : ให้ยาลดไข้ เช่น พาราเซตามอล
      2. บรรเทาแผลในปาก : ใช้ยาชาเฉพาะที่สำหรับแผลในปาก เพื่อช่วยให้เด็กสามารถกินอาหารได้
      3. ป้องกันภาวะขาดน้ำ : ให้เด็กดื่มน้ำมากๆ หรืออาจให้ดื่มน้ำเกลือแร่ และทานอาหารอ่อนๆ ที่กลืนง่าย เช่น โจ๊ก ข้าวต้ม ซุป หรืออาหารเย็นๆ อย่างไอศกรีม โยเกิร์ต เพื่อช่วยลดอาการเจ็บปวด
      4. พักผ่อนให้เพียงพอ : เพื่อให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็ว

    » การป้องกัน

    • วิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันโรคมือเท้าปาก คือ
      • ล้างมือให้สะอาด : ล้างมือด้วยสบู่และน้ำบ่อยๆ ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ โดยเฉพาะหลังเข้าห้องน้ำ และก่อนรับประทานอาหาร
      • ทำความสะอาดของใช้และของเล่น : ทำความสะอาดของเล่นและสิ่งของที่เด็กสัมผัสเป็นประจำด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ
      • แยกสิ่งของ : แยกภาชนะอาหารและเครื่องดื่มของเด็กป่วยออกจากผู้อื่น
      • งดพาเด็กไปสถานที่แออัด : หลีกเลี่ยงการพาเด็กไปสถานที่ที่มีคนเยอะ เช่น สนามเด็กเล่น หรือห้างสรรพสินค้า ในช่วงที่มีการระบาดของโรค
      • พักรักษาตัวที่บ้าน : หากเด็กป่วย ควรให้หยุดเรียนและพักรักษาตัวที่บ้านเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อสู่เด็กคนอื่นในโรงเรียน

    สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติ่มได้ที่ ศูนย์กุมารเวชกรรม อาคาร 2 ชั้น 2 โทร.0 2530 2556 ต่อ 2200,2201