คำอธิบาย

แพ็กเกจ : ทดสอบภูมิแพ้ในอาหารและอากาศ
| ลำดับที่ | รายการตรวจ | ราคา (บาท) |
| 1 | สะกิดผิวหาสารก่อภูมิแพ้ในอากาศ : ทดสอบ 10 รายการ | 1,900.- |
| 2 | เจาะเลือดหาสารก่อภูมิแพ้ในอากาศ : ทดสอบ 20 รายการ | 3,700.- |
| 3 | เจาะเลือดหาสารก่อภูมิแพ้ในอาหารและอากาศ : ทดสอบ 36 รายการ | 4,300.- |
| 4 | สารก่อภูมิแพ้ในสิ่งแวดล้อมและอาหารที่พบในแถวอาเซียน : ทดสอบ 65 รายการ | 5,400.- |
เงื่อนไขการเข้ารับบริการ
- ราคาแพ็กเกจ รวมค่าแพทย์ ค่ารายการตรวจตามที่กำหนด ค่าบริการโรงพยาบาล
- สำหรับสมาชิกคนไทยและชาวต่างชาติที่พำนักในประเทศไทยเท่านั้น
- ราคาแพ็กเกจอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม โดยมิได้แจ้งให้ท่านทราบล่วงหน้า
ระยะเวลา
- หมดเขต 31 ธันวาคม 2569
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
- ศูนย์กุมารเวชกรรม อาคาร 2 ชั้น 2 โทร.0 2530 2556 ต่อ 2200,2201
» คำถามที่พบบ่อย (FAQs)
Q : การทดสอบมีกี่วิธี และต่างกันอย่างไร?
A : 1.การสะกิดผิวหนัง (Skin Prick Test): * วิธีทำ: หยดน้ำยาสกัดจากสารก่อภูมิแพ้ลงบนท้องแขน แล้วใช้เข็มขนาดเล็กสะกิดเบาๆ
2. การเจาะเลือดไปตรวจหาภูมิต้านทานต่อสารก่อภูมิแพ้แต่ละชนิดในห้องแล็บ
Q : ทดสอบ “ภูมิแพ้อากาศ” ตรวจอะไรบ้าง?
A : 1.ไรฝุ่น (สาเหตุหลักของคนไทย)
2.ขนสัตว์ (แมว, สุนัข)
3.แมลงสาบ
4.เกสรดอกไม้/หญ้า
5.เชื้อรา ในอากาศ
Q : ทดสอบ “ภูมิแพ้อาหาร” จำเป็นแค่ไหน?
A : ควรทำเมื่อมีอาการผิดปกติหลังรับประทานอาหาร เช่น ผื่นคัน ลมพิษ ตาบวม ปากบวม หรือปวดท้อง ท้องเสียเฉียบพลัน อาหารที่นิยมทดสอบ ได้แก่:
– ไข่ขาว/ไข่แดง, นมวัว, แป้งสาลี, ถั่วเหลือง, ถั่วลิสง, อาหารทะเล (กุ้ง, ปู, หอย)
– ข้อควรระวัง: การทดสอบภูมิแพ้อาหารแบบแฝง (IgG) ที่ตรวจอาหารนับร้อยชนิด ยังไม่ได้รับการยอมรับในทางการแพทย์มาตรฐานว่าสามารถวินิจฉัยโรคภูมิแพ้ได้จริง การตรวจแบบ Specific IgE จะแม่นยำกว่าในแง่ของอาการแพ้ฉับพลัน
Q : ใครที่ควรเข้ารับการทดสอบ?
A : 1.คนที่เป็น ภูมิแพ้จมูก (จาม คัดจมูกเรื้อรัง) หรือ หอบหืด เพื่อหลีกเลี่ยงสิ่งที่กระตุ้นอาการ
2.คนที่มีอาการ ผื่นผิวหนังอักเสบ เรื้อรัง
3.ผู้ที่เคยมีอาการ แพ้รุนแรง โดยไม่ทราบสาเหตุ
4.เด็กที่มีประวัติแพ้อาหาร เพื่อติดตามว่าหายจากอาการแพ้นั้นหรือยัง
Q : เตรียมตัวอย่างไรก่อนไปตรวจ?
A : 1.ถ้าตรวจผิวหนัง (Skin Prick Test): ต้องหยุดยาแก้แพ้ ยาลดน้ำมูก และยาช่วยนอนหลับบางชนิดตามคำแนะนำของแพทย์
2.ถ้าเจาะเลือด: ไม่ต้องงดยา ไม่ต้องงดน้ำและอาหาร
3.แจ้งประวัติ: ควรจดบันทึกอาการและอาหารที่สงสัยไปให้คุณหมอช่วยประเมิน จะช่วยให้เลือกชุดตรวจได้ตรงจุดมากขึ้น

