คำอธิบาย
แพ็กเกจ : การผ่าตัดต่อมทอนซิลและต่อมอะดีนอยด์
| ลำดับที่ | รายการตรวจ | ราคา (บาท) |
| 1 | การผ่าตัดต่อมทอนซิลและต่อมอะดีนอยด์ | 59,000.- |
เงื่อนไขการเข้ารับบริการ
- ราคาแพ็กเกจ รวมค่าแพทย์ ค่ารายการตรวจตามที่กำหนด ค่าบริการโรงพยาบาล
- สำหรับสมาชิกคนไทยและชาวต่างชาติที่พำนักในประเทศไทยเท่านั้น
- ราคาแพ็กเกจอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม โดยมิได้แจ้งให้ท่านทราบล่วงหน้า
ระยะเวลา
- หมดเขต 31 มีนาคม 2569
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
- ศูนย์อายุรกรรมเฉพาะทางและหู คอ จมูก อาคาร 1 ชั้น 2 โทร.0 2530 2556 ต่อ 1222,1219
» คำถามที่พบบ่อย (FAQs)
Q : ทำไมต้องผ่าตัดสองอย่างนี้พร้อมกัน?
A : ส่วนใหญ่ต่อมทอนซิลและต่อมอะดีนอยด์มักจะโตพร้อมกัน หากคนไข้มีอาการ นอนกรนหรือภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) การตัดออกทั้งสองอย่างจะช่วยเปิดทางเดินหายใจได้สมบูรณ์กว่า แต่ในบางกรณีแพทย์อาจพิจารณาตัดเพียงอย่างเดียว ขึ้นอยู่กับอาการ
Q : ผ่าตัดแล้วภูมิคุ้มกันจะลดลงไหม?
A : ไม่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้ต่อมทั้งสองจะช่วยดักจับเชื้อโรคในวัยเด็ก แต่ร่างกายยังมีระบบต่อมน้ำเหลืองและภูมิคุ้มกันส่วนอื่นๆ ทั่วร่างกายที่ทำงานทดแทนได้ การผ่าตัดจะทำก็ต่อเมื่อต่อมเหล่านี้กลายเป็น “แหล่งสะสมเชื้อโรค” หรือ “ตัวขัดขวางการหายใจ” ซึ่งส่งผลเสียมากกว่าผลดี
Q : วิธีการผ่าตัดเป็นอย่างไร?
A : 1.ต้องดมยาสลบ (General Anesthesia)
2.ใช้เวลาผ่าตัดประมาณ 45 – 60 นาที
3.ปัจจุบันมีเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น เลเซอร์ หรือ คลื่นวิทยุ (Plasma Blade) ที่ช่วยให้เลือดออกน้อยและลดความเจ็บปวดหลังผ่าตัด
Q : หลังผ่าตัดต้องพักฟื้นนานแค่ไหน?
A : 1. พักฟื้นในโรงพยาบาล: ส่วนใหญ่ 1-2 คืน เพื่อเฝ้าระวังเรื่องการหดเกร็งของทางเดินหายใจและเลือดออก
2.พักฟื้นที่บ้าน: ประมาณ 7-14 วัน โดยในช่วงสัปดาห์แรกจะเจ็บคอมากที่สุด และจะค่อยๆ ดีขึ้นในสัปดาห์ที่สอง
Q : อาหารที่ควรทานหลังผ่าตัดมีอะไรบ้าง?
A : 1.ในช่วง 1 สัปดาห์แรก เน้น “อาหารอ่อน เย็น และรสไม่จัด”
2.ไอศกรีม/น้ำแข็งใส: ช่วยลดอาการบวมและแก้เจ็บคอได้ดีมาก
3.นมเย็น/โยเกิร์ต: ทานง่ายและมีสารอาหาร
4.โจ๊กหรือข้าวต้มที่เย็นแล้ว: เลี่ยงอาหารร้อนจัด เปรี้ยวจัด หรือกรอบ (เช่น ขนมปังกรอบ) เพราะจะไปครูดแผลทำให้เลือดออกได้

