คำอธิบาย

แพ็กเกจ : ตรวจสุขภาพตาเบสิค
| ลำดับที่ | BASIC | ราคา (บาท) |
| 1 | โรคต้อหิน | ✓ |
| 2 | ต้อกระจกโรคจอประสาทตา | ✓ |
| 1,500.- |
เงื่อนไขการเข้ารับบริการ
- ราคาแพ็กเกจ รวมค่าแพทย์ ค่ารายการตรวจตามที่กำหนด ค่าบริการโรงพยาบาล
- สำหรับสมาชิกคนไทยและชาวต่างชาติที่พำนักในประเทศไทยเท่านั้น
- ราคาแพ็กเกจอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม โดยมิได้แจ้งให้ท่านทราบล่วงหน้า
ระยะเวลา
- หมดเขต 31 ธันวาคม 2569
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
- ศูนย์โรคตา อาคาร 2 ชั้น 4 โทร.0 2530 2556 ต่อ 2440,2441
» คำถามที่พบบ่อย (FAQs)
Q : ควรเริ่มตรวจสุขภาพตาตั้งแต่อายุเท่าไหร่ และบ่อยแค่ไหน?
A : 1.เด็ก: ควรตรวจคัดกรองครั้งแรกในช่วงอายุ 3-5 ปี เพื่อเช็คภาวะตาเหล่หรือตาขี้เกียจ
2.ผู้ใหญ่ (อายุ 18-40 ปี): หากไม่มีอาการผิดปกติ ควรตรวจทุก 5-10 ปี
3.อายุ 40 ปีขึ้นไป: ควรตรวจทุก 2-4 ปี เนื่องจากเริ่มมีความเสี่ยงเรื่องต้อหินและสายตายาวตามวัย
4.อายุ 65 ปีขึ้นไป: ควรตรวจทุก 1-2 ปี เพื่อเฝ้าระวังต้อกระจกและจอประสาทตาเสื่อม
Q : การตรวจสุขภาพตาพื้นฐานประกอบด้วยอะไรบ้าง?
A : 1.การวัดระดับการมองเห็น (Visual Acuity): อ่านแผนภูมิรูปภาพหรือตัวเลข (Snellen Chart) เพื่อเช็คความคมชัด
2.การวัดค่าสายตา (Refraction): หาค่าสายตาสั้น ยาว หรือเอียง เพื่อประกอบแว่น
3.การวัดความดันตา (Tonometry): เพื่อคัดกรองความเสี่ยงโรคต้อหิน
4.การตรวจลักษณะภายนอกและภายในลูกตา: ใช้กล้องจุลทรรศน์ตรวจตา (Slit Lamp) ดูความผิดปกติของกระจกตา ม่านตา และเลนส์ตา
Q : “วัดสายตา” กับ “ตรวจสุขภาพตา” ต่างกันอย่างไร?
A : 1.การวัดสายตา: มุ่งเน้นไปที่การหาค่าความผิดปกติของแสงเพื่อให้มองเห็นชัดขึ้น (ตัดแว่น/คอนแทคเลนส์)
2.การตรวจสุขภาพตา: คือการให้จักษุแพทย์ตรวจหา โรค หรือความผิดปกติของโครงสร้างดวงตา เช่น ต้อกระจก ต้อหิน หรือความผิดปกติที่จอประสาทตา ซึ่งการวัดสายตาเพียงอย่างเดียวอาจไม่พบ
Q : สัญญาณเตือนแบบไหนที่บอกว่าควรไปพบจักษุแพทย์ทันที?
A : 1.ตามัวลงอย่างรวดเร็ว หรือมัวเป็นพักๆ
2.เห็นจุดดำลอยไปมา (Floaters) หรือเห็นแสงวาบเหมือนแฟลช
3.ปวดตาอย่างรุนแรงร่วมกับตาแดง
4.เห็นภาพซ้อน หรือเห็นรุ้งรอบดวงไฟ
5.ลานสายตาแคบลง หรือมองเห็นภาพขาดหายไปบางส่วน

