
» การเจาะน้ำคร่ำคืออะไร
- คือ การที่แพทย์ใช้เข็มขนาดเล็กเจาะผ่านหน้าท้องเข้าไปในถุงน้ำคร่ำของทารกเพื่อดูดน้ำคร่ำออกมาเล็กน้อย ซึ่งในน้ำคร่ำจะมีเซลล์ของทารกที่หลุดลอกออกมาตามธรรมชาติ แพทย์จะนำน้ำคร่ำไปวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการเพื่อตรวจหาความผิดปกติของโครโมโซม เช่น กลุ่มอาการดาวน์ (Down Syndrome) กลุ่มอาการพาทัว (Patau’s Syndrome) หรือโรคทางพันธุกรรมอื่น ๆ เช่น โรคธาลัสซีเมีย รวมถึงการติดเชื้อบางอย่างด้วย
- โดยทั่วไป การเจาะน้ำคร่ำจะทำในช่วงอายุครรภ์ประมาณ 16-20 สัปดาห์ ซึ่งเป็นช่วงที่ถุงน้ำคร่ำมีขนาดใหญ่พอและมีน้ำคร่ำในปริมาณที่เหมาะสมสำหรับการตรวจ
» ใครบ้างที่ควรเจาะน้ำคร่ำ
- การเจาะน้ำคร่ำเป็นวิธีการตรวจที่มีความแม่นยำสูง แต่ก็มีความเสี่ยงที่อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนได้ เช่น การแท้งบุตร (ประมาณ 1 ใน 900 ราย) ดังนั้น แพทย์จึงมักแนะนำให้ทำในคุณแม่ที่มีความเสี่ยงสูงเท่านั้น ได้แก่
- คุณแม่ที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไป ณ วันที่กำหนดคลอด เนื่องจากความเสี่ยงที่ทารกจะมีโครโมโซมผิดปกติจะเพิ่มขึ้นตามอายุ
- เคยมีประวัติคลอดบุตรที่มีความผิดปกติ จากโครโมโซมหรือโรคทางพันธุกรรม เช่น เคยคลอดลูกที่เป็นกลุ่มอาการดาวน์
- ผลการตรวจคัดกรองเบื้องต้นผิดปกติ เช่น ผลการตรวจคัดกรองความเสี่ยงจากเลือด (Quad Test, NIPT) หรือการตรวจอัลตราซาวด์ พบว่ามีความเสี่ยงสูงต่อความผิดปกติของโครโมโซม
- มีประวัติโรคทางพันธุกรรมในครอบครัว ที่คาดว่าอาจส่งต่อให้ลูกได้
- แพทย์ตรวจพบความผิดปกติจากการทำอัลตราซาวด์ เช่น พบความผิดปกติของโครงสร้างหรืออวัยวะต่าง ๆ ของทารก
สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติ่มได้ที่ ศูนย์สุขภาพสตรี อาคาร 2 ชั้น 3 โทร.0 2530 2556 ต่อ 2310,2320

